PUC-->Pre university college คืออะไร

posted on 10 Mar 2009 10:37 by dekrian  in School

Pre University คืออะไร

Pre University คือการเรียนเพื่อเตรียมตัวเข้าเรียน มหาลัย มีแบ่งระบบการเรียนออกเป็น

  1. Science
  2. Commerce
  3. Art

สาย Science เป็นสายที่น้องๆจะต้องการเรียนต่อเพื่อไปเป็น วิศวกร หมอ เภสัช สถาปัตฯ ฯลฯ

สาย Commerce จะเป็นพวก บัญชี บริหาร

สาย Art จะเป็นด้าย ภาษา กฎหมาย

หลังจากน้องๆ เลือกสายที่ต้องการเรียนได้แล้ว ยังต้องเลือกวิชาเรียนอีกรอบนึง โดยเลือกเน้นว่าเราต้องการ เน้นตัวไหน เช่น เรียน Science จะเน้นเรียน คอม ก้อต้องลงเรียน Physic  Chem Math และ เลือกเรียน  computer science เป็นต้น

 ในการเรียน PUC น้องๆ จะต้องเรียน ภาษาอังกฤษเป็นภาษาหลัก และ ต้องเลือกเรียน ภาษาที่สอง(บังคับเรียน) เช่น ฝรั่งเศษ คานาด้า อินดี้ ฯลฯ

ข้อดี

  1. สามารถนำใบรับรองตอนเรียนจบไปทำงานได้เลย โดยได้วุฒิ PUC
  2. น้องๆที่เรียนจบ ม4 มาเรียนจะไม่ต้องเรียนซ้ำชั้น ถ้าเลือกเรียน isc ต้องเรียน icse ใหม่ที่ ม3
  3. ใช้ชีวิตคล้ายเด็กมหาลัย เหมือนเป็นการทดลอง ก่อนเข้ามหาลัย

edit @ 10 Mar 2009 11:07:44 by yeAZ

edit @ 10 Mar 2009 11:16:17 by yeAZ

เรียนรู้เรื่อง ระบบ การศึกษา  

ระบบการศึกษาของประเทศอินเดียได้รับการวางรากฐานโดยประเทศอังกฤษสมัยที่เป็นเมืองขึ้นเมื่อปี ค.ศ. 1947 ประเทศอังกฤษได้วางระบบการศึกษา
ของอินเดียเหมือนระบบการศึกษาของอังกฤษตั้งแต่ระดับประถม – มหาวิทยาลัย เมื่ออินเดียได้รับเอกราชเมื่อปี ค.ศ. 1968 รัฐบาลอินเดียยังคงยึดรูปแบบการศึกษาของอังกฤษ และพัฒนาตามระบบของอังกฤษจนกระทั่งในปัจจุบัน ระยะเวลาการเรียนของระบบอินเดียคือ 10+2+3 (ประถมศึกษา ป.1- มัธยมศึกษาต้น ม.4= 10 ปี, มัธยมปลาย ม.5- ม.6 = 2 ปี และมหาวิทยาลัย = 3 ปี) ในการจัดระบบการสอนของประเทศอินเดียระดับ ประถม1 – ประถม 4 จะสอนเป็นภาษาฮินดีทั้งหมด ในส่วนภาษาอังกฤษจะเริ่มสอนเป็นภาษาหลักภาคบังคับในทุกวิชาตั้งแต่ระดับประถม 5 และแยกภาษาฮินดีเป็นวิชาเลือก และได้มีการเพิ่มหลักสูตรภาษาฝรั่งเศสเป็นวิชาเลือกสำหรับเด็กนักเรียนต่างชาติ  ดังนั้นในการส่งบุตรหลานไปเรียนในประเทศอินเดียระดับที่เหมาะสมควรเริ่มตั้งแต่ประถม 6
เป็นต้นไป   

  • หลักสูตรการศึกษาระดับประถมศึกษา – มัธยมศึกษาตอนปลาย มีทั้งหมด 3 หลักสูตร คือ
  • ระบบ Council for the Indian School Certificate Examinations (CISCE / ISCE)
  • ระบบ Central Board of Secondary Education (CBSE)
  • ระบบ National Institute for Open school (NIOS / N.O.S.)
  • ระบบ The Central Institute of Vocational Education (CIVE)
 

1.  ระบบ Council for the Indian School Certificate Examinations (CISCE / ISCE) เป็นระบบที่ประเทศ
   
อังกฤษได้วางรากฐานในการจัดการเรียนการสอนไว้ทั้งหมดในครั้งที่ประเทศอินเดียเป็นเมืองขึ้น   และในปัจจุบันยังคงยึดหลักของประเทศอังกฤษไว้ตามเดิม  โรงเรียนที่ใช้ระบบนี้เป็นโรงเรียนที่มีอายุการก่อตั้งมามากกว่า 100 ปีทั้งหมด  เนื่องจากสมัยก่อนเปิดทำการเรียนการสอนเพื่อบุตรหลานขุนนางอังกฤษและข้าราชการระดับสูงของออินเดีย  ระบบนี้ได้เน้นการเรียนการสอนแบบเน้นความเข้าใจ  เน้นการปฏิบัติจริง  ซึ่งข้อสอบในการสอบลักษณะเป็นคำถามแบบ ปลายเปิด  โดยการให้นักเรียนอธิบายด้วย OWN WORD คือ ตอบคำถามตามความเข้าใจของเด็กนักเรียนด้วยภาษาอังกฤษ  รายวิชาเหมือนกับระบบ IG (O Level / A Level) ของประเทศอังกฤษทุกอย่าง  ซึ่งเหมาะกับนักเรียนต่างชาติที่ต้องการมาเรียนที่ประเทศอินเดียและได้รับการยอมรับจากประเทศทั่วโลก  นักเรียนที่จบในระบบนี้สามารถไปศึกษาต่อในระเทศต่าง ๆ โดยไม่ต้องใช้ผลสอบ TOEFL / IELTS กระทรวงศึกษาธิการประเทศไทย ( ก.พ. ) รับรองระบบนี้  นักเรียนสามารถกลับมาสอบมหาวิทยาลัยประเทศไทยภาคภาษาอังกฤษได้   โดยไม่ต้องใช้ผลสอบ TOEFL / IELTS เหมือนกัน

 
  • คะแนนระบบ Council for the Indian School Certificate Examinations (CISCE / ISCE)นักเรียนจะต้องมี
    คะแนนเข้าห้อง 75% ถึงมีสิทธิ์สอบได้

ISCE
Score

State Grading Scale

  60+ %

First Division or Class

45 - 59 %

Second Division or Class

30 - 44 %

Third Division or Pass


  • หากได้คะแนน 60% ขึ้นไปจะเลือกได้ทั้งสายวิทยาศาสตร์ ,วิทย์-คณิต และสายศิลป์
  • หากได้คะแนน 45-59 % สามารถเลือกได้ทั้งสาย วิทย์-คณิต และสายศิลป์
  • หากได้คะแนน 30-44 % สามารถเลือกสายศิลป์ได้
 
2..  ระบบ Central Board of Secondary Education (CBSE)    เป็นระบบที่รัฐบาลอินเดียได้วางรากฐานในการจัดการเรียนการสอนไว้ทั้งหมดหลังจากที่ได้รับเอกราชจากประเทศอังกฤษแล้ว  และในปัจจุบันการบริหาร
งานการเปลี่ยนรายวิชาต่าง ๆ กระทรวงศึกษาธิการอินเดียเป็นผู้ดำเนินการ  ระบบนี้ได้เน้นการเรียนการสอนแบบท่องจำมากกว่าเน้นการปฏิบัติจริง โดยส่วนมากเน้นไวยกรณ์  และโครงกลอน  ประวัติศาสตร์ต่าง ๆ ของอินเดียเป็นหลัก  ซึ่งข้อสอบในการสอบลักษณะเป็นคำถามแบบปลายปิด โดยการให้นักเรียนท่องจำเพื่อตอบคำถามให้ถูกต้องตามแบบหนังสือภาษาอังกฤษ  ซึ่ง  รายวิชาแตกต่างจากกับระบบ IG (O Level / A Level) ของประเทศอังกฤษอย่างสิ้นเชิง  ซึ่งเหมาะกับนักเรียนอินเดียมากกว่านักเรียนต่างชาติ  ระบบนี้ไม่เหมาะกับผู้ที่ต้องการส่งบุตรหลานไปศึกษาต่อในประเทศอังกฤษ อเมริกา หรือออสเตรเลียเพราะยังไม่เป็นที่ยอมรับมากนัก  แต่นักเรียนที่จบในระบบนี้สามารถไปศึกษาต่อในระเทศต่าง ๆ แต่ต้องใช้ผลสอบ TOEFL / IELTS กระทรวงศึกษาธิการประเทศไทย ( กพ. ) รับรองระบบนี้  นักเรียนสามารถกลับมาสอบมหาวิทยาลัยประเทศไทยภาคภาษาอังกฤษได้   โดยไม่ต้องใช้ผลสอบ TOEFL / IELTS
 
  • คะแนนระบบ Central Board of Secondary Education (CBSE) นักเรียนจะต้องมีคะแนนเข้าห้อง 75% ถึงมีสิทธิ์สอบได้

CBSE Grading Scale

Score

A

75+ %

B

60 - 74 %

C

53 - 59 %

D

45 - 52 %

E

33 - 44 %

F

15 - 32 %


3.  ระบบ National Institute for Open school (NIOS / N.O.S.) ไม่แนะนำ
   เปรียบเทียบแล้วเหมือนระบบการศึกษานอกโรงเรียนของประเทศไทย (ก.ศ.น.) รัฐบาลอินเดียก่อตั้งเมื่อ ค.ศ.1989 เพื่อให้โอกาสแก่คนอินเดียที่ต้อง
การเรียนภาษาอังกฤษที่ยากไร้และไม่ได้จบการศึกษาตามระบบปกติที่กระทรวงศึกษาอินเดียกำหนดไว้คือ มัธยมศึกษาตอนปลาย (ม.6)ส่วนมากจะเป็น
นักเรียนที่มีอายุมากกว่าเกณฑ์  หรือบุคคลพิการที่ไม่สามารถมาเรียนได้ทุกวัน  ในระบบนี้นักเรียนสามารถอ่านหนังสือเรียนอยู่ที่บ้านได้สำหรับคนพิการ 
เมื่อถึงเวลาสอบทางรัฐบาลจะจัดสอบให้กับบุคลที่พิการที่บ้าน  สามารถเข้าสมัครเรียนได้ตลอดเวลาโดยไม่มีการกำหนดเวลารับสมัคร  นักเรียนต่างชาติกว่า
95% เป็นนักเรียนประเทศธิเบต   เนปาล  ประเทศเพื่อนบ้านใกล้เคียง  ราคาเรียนต่อปีค่อนข้างที่จะถูกมาก  ในการจัดการสอนที่โรงเรียนส่วนมากอาจารย์จะให้นักเรียนอ่านและค้นคว้าข้อมูลเองซึ่งเป็นเรื่องเกี่ยวกับประเทศอินเดียจึงทำให้การสอบไม่ยากจนเกินไป  เป็นการเปิดโอกาสให้กับคนยากไร้จริง ๆ ที่ต้องการเปลี่ยนวิถีชีวิตตนเองและเป็นการลดระบบวรรณะต่างๆ ในอินเดียให้หมดไปจากสังคมอินเดีย  ถ้าต้องการศึกษาต่อในระดับปริญญาต้องเข้าเรียนที่มหาวิทยาลัยเปิดของรัฐบาลอินเดียเท่านั้น  ระบบนี้ไม่แนะนำให้เด็กนักเรียนไทยเข้าไปศึกษาถึงแม้ว่าจะง่ายและจบได้เร็ว  เพราะกระทรวงศึกษาธิการ (ก.พ.) ประเทศไทยไม่รับรอง  และไม่สามารถสอบเข้าเรียนระดับชั้นการศึกษาระดับต่าง ๆ  ในไทยได้  รวมทั้งประเทศอื่น ๆ ทั่วโลก

 
  • คะแนนระบบ National Institute for Open school (NIOS / N.O.S.)

NIOS/N.O.S
Grading Scale

Score

P

30 %

F

15 - 29 %


4.  ระบบ The Central Institute of Vocational Education (CIVE)  
   ระบบอาชีวะศึกษา  รัฐบาลอินเดียได้ดำเนินการระบบนี้สำหรับนักเรียนที่จบการศึกษาในระดับมัธยมศึกษาตอนต้น ม.4 ของอินเดีย
(เทียบเท่ากับ ม.3 ของไทย) ที่ต้องการเรียนวิชาชีพเฉพาะทางที่นักเรียนถนัด  ใช้เวลาในการเรียน 2 ปี  เมื่อจบแล้วสามารถทำงานได้เลยเปรียบเทียบ
เท่ากับระดับ  ปวช. และ ปวส. ของประเทศไทย  ระบบนี้กระทรวงศึกษาธิการประเทศไทย ( กพ. ) รับรอง  สามารถกลับมาทำงานที่ประเทศไทยหรือประเทศอื่นทั่วโลกได้  แต่นักเรียนไม่สามารถกลับมาสอบมหาวิทยาลัยประเทศไทยภาคภาษาอังกฤษได้   เพราะถือว่าเป็นเพียงประกาศนียบัตรวิชาชีพเฉพาะทาง  การตัดเกรดค่อนข้างที่จะง่ายมากเพียงเรียนให้ครบตามกำหนดทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติ 75%   การสอบเน้นเพียงภาคปฏิบัติเท่านั้น
 

ระบบการศึกษา IGCSE เป็นระบบการศึกษาของ Cambridge International Primary Program

   เป็นระบบการศึกษาของ Cambridge International Primary Program ที่มาเปิดสาขาในส่วนโรงเรียนมัธยมสำหรับผู้ปกครองที่ตั้งใจจะไม่ส่งบุตรหลานเข้าศึกษาต่อในระดับมหาวิทยาลัยในอินเดีย เพราะระบบการศึกษานี้ไม่ได้รับการรับรองหลักสูตรจากกระทรวงศึกษาธิการของอินเดีย  แต่ในส่วนรายวิชานั้นจะเรียนคล้ายกับระบบการศึกษาของอินเดีย ICSE และ CBSE และเมื่อเรียนจบในระดับชั้นชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 (เกรด 10) จะได้รับใบประกาศนียบัตรในระดับ “O Level”  และเรียนจบในระดับชั้นชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 (เกรด 12) จะได้รับใบประกาศนียบัตรในระดับ “A Level”    แต่เมื่อเรียนจบในระบบนี้นักเรียนไม่สามารถสมัครเข้าเรียนในมหาวิยาลัยในอินเดียได้  ถ้าอยากเข้าศึกษาต่อมหาวิทยาลัยในอินเดียนักเรียนจะต้องสมัครสอบข้อสอบจากกระทรวงศึกษา (Board Exam) และเมื่อสอบผ่านจะได้รับใบรับรองจากกระทรวงศึกษาธิการของอินเดียเพื่อทำการสมัครเข้าเรียนในระดับมหาวิทยาลัยต่อไป

edit @ 10 Mar 2009 10:46:23 by yeAZ

edit @ 10 Mar 2009 11:16:32 by yeAZ

การกรอกใบขาเข้าอินเดีย แอร์โฮสเตรตจะเป็นคนมาแจกให้เราบนเครื่องบินนะ

ถ้ากรอกไม่ถูก ไม่รู้จะกรอกตรงไหน เรียก พี่แอร์มาเลย เค้ายินดีช่วยเรา

    

บัตรขาเข้า                                           บัตรขาออก

 

สำหรับ บัตรขาเข้า

  • name(as in passport)= กรอกชื่อ นามสกุล ให้ตรงกับ passport ตัวใหญ่นะคะ เช่น YEAZ
  • sex = Male ชาย Female หญิง
  • Nationality : THAI สำหรับคนไทยนะคะ
  • Passport number= เลข passport ดูได้ตรง หน้าที่ 3 นะคะ
  • date of issue = วันที่ออก passport
  • date of Birth = วันเกิด
  • Contries  visited in last 6 days = ประเทศที่ไปในรอบ 6 วัน
  • date of arrival = วันเดินทาง
  • Flight number = เที่ยวบิน
  • port of boarding = ท่าอากาศยานไหน
  • visa number = เลขvisa
  • date of expiry =วันหมดอายุของวีซ่า
  • purpose of visit= มาด้วยกรณี ถ้าวีซ่า tourism ก้อติ๊ก tourism
  • address ไม่มีไม่ต้องกรอก
  • signature = เช็นชื่อ

ส่วนบัตรขาออก ชมกันไปก่อนนะคะ